loading...

วิกฤตครั้งใหญ่ของ’หนุ่ม คงกระพัน’ เมื่อทัก’ปุ๊ กรุงเกษม’เป็นพ่อ’แหวน ฐิติมา’ !!! กับประโยค’ถ้าไม่มีเหตุการณ์ในวันนั้น ก็คงไม่มีผมในวันนี้’

12 กรกฎาคม 2017 | Slide, ข่าวร้อน

Advertisement


loading...


Loading...

“หนุ่ม คงกระพัน” พิธีกรและนักแสดงมากความสามารถ ได้เขียนข้อความไว้อาลัยต่อการจากไปของ “แหวน ฐิติมา” นักร้องชื่อดัง หลังได้มีโอกาสได้เดินทางไปสัมภาษณ์ “ปุ๊ กรุงเกษม” สามีของ “แหวน ฐิติมา” ที่บ้านพักส่วนตัว เพื่อนำมาออกอากาศในรายการย้อนรอย แต่ด้วยความที่ไม่ได้ทำการบ้านมาก่อน ทำให้ “หนุ่ม คงกระพัน” ทัก “ปุ๊ กรุงเกษม” ว่าเป็นพ่อของ “แหวน ฐิติมา” ซึ่งเหตุการณ์จะเป็นอย่างไรนั้น “หนุ่ม คงกระพัน” ได้โพสต์เล่าเหตุการณ์ในวันนั้นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Kongkapan Sangsuriya” ว่า

เมื่อหลายปีก่อนผมเคยเขียนบทความถึงพี่ปุ๊พี่แหวน… วันนี้พี่แหวนไม่อยู่แล้ว… …แต่อยากจะบอกพี่ว่า… ถ้าไม่มีเหตุการณ์นั้นอาจไม่มีพิธีกรที่ชื่อ…คงกระพัน. แสงสุริยะในวันนี้…
ด้วยรักและอาลัย

หนุ่มคงกระพัน..

“แบบว่า…. มืออาชีพ”

ผมเริ่มชีวิตการเป็นพิธีกรจากรายการที่มีชื่อว่า “ย้อนรอย” ครับ ทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ในขณะที่ตอนนั้นเป็นนักแสดงเต็มตัว…..ด้วยความที่รักในรายการสืบสวนสอบสวนของต่างประเทศจึงชอบดูสารคดีทุกประเภทตั้งแต่จำความได้ ไม่ว่าจะเป็นซิงเกอร์เวิร์ล (อันนี้ใครที่อายุไม่ถึง 35 อาจไม่รู้จัก) หรือ ดิสคัฟเวอรี่แชนแนล จึงมีความใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งเราอยากทำรายการประเภทนี้ เพราะชอบ ได้ความรู้และมีประโยชน์…. จนวันหนึ่งโอกาสก็ลอยมาหาผมแบบคาดไม่ถึงครับ เมื่อเพื่อนผมคนหนึ่งที่เป็นพนักงานอยู่ที่ไอทีวีที่พบกันโดยบังเอิญบอกผมว่า รายการย้อนรอยเค้ากำลังมองหาและแคสติ้งพิธีกรหน้าใหม่อยู่ คงกะพันไม่รอช้ารีบบอกว่าผมขอไปแคสติ้งด้วยคนในฐานะที่เป็นแฟนคลับตัวยงของรายการนี้……

พูดถึงย้อนรอยในช่วงเวลานั้นคนที่เป็นพิธีกรอยู่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ มี พี่กิตติ สิงหาปัด บ้าง มีคุณ เทพชัย หย่อง บ้าง บางทีก็เป็นคุณ สุทธิชัย หยุ่น ได้ยินชื่อพิธีกรแล้ว ถ้าเป็นคนจิตใจอ่อนโยน ตุ๊ดๆ แต๋วๆ คงต้องร้องว๊าย…!! เพราะแต่ละท่านที่เอ่ยชื่อมาก็ตัวจริงชัดเจนทั้งนั้น ถ้าเป็นภาษาวัยรุ่นก็คงต้องเรียกว่า ตัว(คุณ)พ่อเลยทีเดียวแล้วคงกะพัน แสงสุริยะเป็นใคร….?คุณมาจากไหน…? คุณคิดว่าคุณจะมาทำหน้าที่นี้ดีเทียบเท่าเขาได้อย่างไร..? ผมตอบเลยว่ายากครับ เป็นโจทย์ที่ยากมากสำหรับชายวัยยี่สิบกว่าๆ อย่างผมในตอนนั้น แต่สิ่งที่ผมมีเพียงอย่างเดียว คือคำว่า หุ่นไม่ให้แต่ “ใจรัก” ครับ จึงตัดสินใจว่าเราต้องไปแคสติ้ง…

ก่อนไปแคสติ้งผมทำการบ้านอย่างดีด้วยการนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ออกเสียงทั้งวันครับ….. ทำอย่างนั้นแม้กระทั่งในกองถ่าย จนหลายคนคิดว่าผมคงเพิ่งหัดเรียนภาษาไทยหรือไม่ก็เล่นละครมากจนเครียดและเริ่มเพี้ยนจนถึงขั้นพูดคนเดียว… แต่ความจริงผมต้องการฝึกการอ่านและออกเสียงภาษาไทยให้ชัดครับ เพื่อจะได้เป็นพิธีกรที่ดีให้ได้….เมื่อถึงวันแคสติ้งผมรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นนักแสดงหน้าใหม่อีกครั้งครับ…เหมือนย้อนเวลากลับไปวันแรกๆ ของการเป็นนักแสดงที่ต้องวิ่งไปเทสหน้ากล้องงานโน้นงานนี้อยู่บ่อยครั้งแต่ไม่ค่อยได้…. วันนั้นที่ไอทีวีผมเจอบุคคลที่มาเทสหน้ากล้องมากมายครับ ทุกคนล้วนเป็นนักข่าวรุ่นใหม่บ้าง เป็นอาจารย์ เป็นเซเลบชื่อดัง และเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรงในหลากหลายสาขาอาชีพ ผมน่าจะเป็นนักแสดงเพียงคนเดียวในวันนั้น การแคสติ้งผ่านไปด้วยดีครับ ผมทำหน้าที่อย่างมั่นใจและดีที่สุดเพราะผมรู้ว่าโอกาสดีๆ ไม่ได้มีบ่อยครั้งในชีวิต….ผมกลับบ้านด้วยความรู้สึกเหมือนในวันที่เป็นนักแสดงหน้าใหม่ คือ ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้วไม่ต้องคาดหวังอะไร ถ้าได้ก็ได้ ถ้าไม่ได้ก็กลับไปทำงานของเราต่อไป…..ผ่านไปไม่กี่วันทีมงานก็โทรมาบอกว่าผมได้รับโอกาสนั้นครับ….ผมดีใจมากและบอกตัวเองว่าจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด….หน้าที่ในฐานะพิธีกรหน้าใหม่…

ผมทำรายการย้อนรอยตอนแรกในชีวิตคือตอนที่มีชื่อว่า งิ้ว ครับ งิ้วคือวัฒนธรรมของชาวจีนที่มีความสวยงาม อ่อนช้อย พริ้วไหวยิ่งนัก แต่ผมถ่ายทอดเรื่องราวในตอนนี้ได้อย่างแข็งทื่อ ซื่อตรงประดุจหินผายังไงยังงั้น…การเป็นพิธีกรสำหรับคงกะพัน มันไม่ง่ายซะแล้ว…แต่ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จของคุณก็จะเห็นอยู่ที่นั่นได้อย่างไม่ยากเย็น ผมเชื่อเช่นนั้น และมันก็เป็นจริงเสมอ…ผมปรับตัวเข้ากับงานใหม่ได้อย่างรวดเร็วครับ… จากหินผาก็แข็งน้อยลงเป็นท่อนไม้แล้วก็ค่อยๆ กลายเป็นกิ่งไผ่เริ่มพริ้วไหวมากขึ้นตามลำดับ…

จนมาวันหนึ่งเราต้องทำเรื่องราวที่มีชื่อว่า “นักเรียนนักเลง” ผมที่ในขณะนั้นก็ถ่ายทำละคร 3 เรื่องพร้อมกัน ทีมงานส่งข้อมูลมาทางอีเมลก็ไม่ได้เปิดอ่านครับ เพราะไม่มีเวลาและเราก็รู้สึกว่าเริ่มคล่อง เริ่มลื่นไหล พริ้วไหวกับงานพิธีกรแล้ว จึงคิดว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยดูหน้างานแล้วกัน โดยหารู้ไม่ว่าความประมาทนี้เองเกือบจะคร่าชีวิตของผมโดยไม่รู้ตัวครับ…เช้าวันนั้นผมต้องไปสัมภาษณ์บุคคลท่านหนึ่งที่อดีตเคยเป็นนักเรียนนักเลงในยุคโก๋หลังวัง เค้าคนนั้นคือ ปุ๊ กรุงเกษม อดีตนักเลงคุมแกงค์วัยรุ่นย่านกรุงเกษมที่ในยุคนั้นไม่มีนักเลงคนไหนในพระนครที่ไม่รู้จักชื่อของเขา และทีมงานก็นัดผมที่บ้านของนักร้องชื่อดังท่านหนึ่งคือ พี่แหวน ฐิติมา สุตสุนทร ครับ…ผมกับผู้จัดการส่วนตัวหรือเจ้าไปป์ก็รีบตื่นแต่เช้าเพื่อไปยังบ้านของพี่แหวน ระหว่างทางเจ้าไปป์ก็อ่านข้อมูลไป ผมก็ขับรถไป ซึ่งความจริงมันควรจะเป็นผมที่อ่าน แล้วเจ้าไปป์ขับแต่เพราะในสถานการณ์ที่เร่งรีบนั้น ขืนให้เจ้าไปป์ขับคงถึงเกือบมืด เพราะทั้งขับช้า ไม่ช้าก็หลง ไม่หลงก็เลยหรือไม่ก็อ้อม ถ้าซวยมากถึงกับถูกตำรวจจับก็เคย ผมจึงต้องขับเองจะเป็นการดีกว่า ระหว่างทางมันก็เล่าให้ผมฟังไปเรื่อยๆ ว่า ปุ๊ กรุงเกษมเป็นใคร..? เรื่องราวในยุค 2499 อันธพาลครองเมืองนั้นเป็นอย่างไร..? สุดท้ายมันก็นั่งชื่นชมให้ผมฟังว่า “พ่อพี่แหวนนี่สุดๆ เลยว่ะ…นักเลงตัวจริง เจ๋งว่ะ…!” ผมฟังมันชื่นชมสักพักเราก็เดินทางมาถึงบ้านพี่แหวนที่มีทีมงานย้อนรอยยืนรอรับอยู่…..

ที่หน้าบ้านผมมองเห็นชายวัยหกสิบกว่าๆ รูปร่างสันทัดยืนตัดต้นไม้อยู่ ในมือถือมีด หน้าตาคมคาย ไว้หนวดเล็กๆ ใบหน้าเคร่งขรึมแต่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มมุมปากเล็กๆ สมชายชาตรียืนต้อนรับอยู่ ผมคิดในใจว่านี่คือฮีโร่ของเจ้าไปป์ที่ผมฟังมาตลอดทางแน่ๆ “สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้ทักทาย อีกด้านหนึ่งผมเห็นพี่แหวน ฐิติมา นักร้องขวัญใจผมยืนอยู่….ผมสวัสดี และทั้งสองก็รับไหว้ยิ้มแย้มทักทายอย่างอบอุ่นเป็นกันเอง…” ผมติดตามผลงานของพี่แหวนมาตั้งนานแต่ไม่เคยทราบเลยนะครับว่า ปุ๊ กรุงเกษม นี่เป็นคุณพ่อของพี่แหวน..

“ผมพยายามชวนพี่แหวนคุยเพื่อทำความรู้จักก่อนการสัมภาษณ์จะเริ่มขึ้น….แต่เชื่อหรือไม่ครับ พอพูดประโยคนี้จบ พี่แหวนไม่ตอบแถมเดินหันหลังกลับเข้าบ้าน หันไปทางซ้าย พี่ปุ๊ที่ยืนถือมีดหุบยิ้ม กำมีดแน่น แล้วหันไปตัดต้นไม้ต่อทันที ผมสังเกตเห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง หลายสิ่งหลายอย่างผุดขึ้นมาในใจ “เอ๊ะ…หรือวิสัยนักเลง เค้าไม่ให้ทักตอนถือมีดวะ…? หรือว่าพี่แหวนแกไม่อยากเปิดเผยเรื่องนี้ให้สาธารณชนรับรู้..?” ผมคิดไปต่างๆ นาๆ ผ่านไปสักครู่ขณะที่บรรยากาศอึมครึมอยู่นั้น ทีมงานก็ค่อยๆ เดินอ้อมมาด้านหลังและกระซิบข้างหูผมเบาๆ แบบเหงื่อแตกซิกๆ ว่า “หนุ่ม….เอ่อ…คือ…ว่า…พี่ปุ๊ เค้าไม่ได้เป็นพ่อพี่แหวน…เค้าเป็นสามีพี่แหวนล่ะ”

โปรดติดตามตอนต่อไป

loading...


Loading...



error: