loading...

นั่งเฝ้าร่างเมียรักไม่ห่าง… น้ำตาซึมทั้งถนน ยายขายพวงมาลัยถูกกระบะชนดับ!! ตาคู่ชีวิตนั่งข้างๆจนวินาทีสุดท้าย เผยคำพูดสุดเศร้ากับเจ้าหน้าที่?!

22 เมษายน 2018 | Slide, ข่าวร้อน, ข่าวเด่น
Loading...

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 21 เม.ย.61 ร.ต.อ.สินสมุทร บุญทัศนา รองสารวัตรสอบสวน สภ.สัตหีบ รับแจ้งเหตุรถกระบะชนคนเดินเท้าเสียชีวิต บนถนนสุขุมวิท กม.170 เส้นทางสัตหีบ-พัทยา บริเวณโค้งหมู่บ้านเรือนยูงทอง ม.8 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จึงพร้อมด้วย หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างโรจนธรรมสถานสัตหีบ รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุบนถนนเลนขวาพบศพ นางประเจน ศิริสุข อายุ 64 ปี แม้ค้าขายพวงมาลัย สภาพกะโหลกศีรษะแตก เสียชีวิตอย่างน่าอนาถ โดยมี นายเช้า ศิริสุข อายุ 72 ปี ผู้เป็นสามี นั่งร่ำไห้เฝ้าศพภรรยาผู้เป็นที่รัก ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ห่างออกไป 500 เมตร บริเวณหน้าเทศบาลตำบลเขตรอุดมศักดิ์ พบรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ 4 ประตู สีส้ม ทะเบียน 2กฎ-6107 กรุงเทพมหานคร สภาพกระจกข้าง และตัวรถฝั่งข้างคนขับได้รับความเสียหาย และยางหน้าขวาแตก โดยมี นายประมินทร์ โปษยะลักษณ์ อายุ 51 ปี เป็นคนขับ เบื้องต้น หน่วยกู้ภัยได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรยัง โรงพยาบาลสัตหีบกิโลเมตรที่ 10

Advertisement

Loading...

ร.ต.อ.สินสมุทร กล่าวว่า จากการสอบสวน นายประมินทร์ คนขับรถกระบะ เปิดเผยถึงวินาทีขับรถชนคนตาย ซึ่งขณะนั้นได้ขับมาจากทางด้านตลาดสัตหีบ มุ่งหน้าเข้าเมืองพัทยา เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุได้พยายามเร่งเครื่องแซงขวาไปที่ระดับความเร็ว 120 กม./ชม. เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้ตายได้ลงรถสองแถว กำลังข้ามถนนกลับบ้านฝั่งตรงข้าม จึงไม่ทันได้เห็นเป็นเหตุให้พุ่งชนผู้ตายจนเสียชีวิต ซึ่งสอดคล้องกับ นายคำรณ ปิติสุนทร อาสาจราจร สภ.สัตหีบ ที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ และไล่ติดตามรถคันก่อเหตุ ที่กำลังพยายามหลบหนี แต่ไปไม่รอดเนื่องจากยางหน้าขวา ได้เสียหลักพุ่งชนอัดกับฟุตบาตรจนแตกระเบิด และถูกควบคุมตัวไว้ได้ทันควัน เบื้องต้น ได้ตั้งข้อหา เมาขับ และขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เนื่องจากตรวจวัดแอลกอฮอล์สูงถึง 270 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้สร้างความสลดใจอย่างมาก เมื่อนายเช้า ผู้เป็นสามี ที่ครองรักกับผู้ตายมายาวนานกว่า 30 ปี ทุกยามเย็นจะมานั่งเฝ้ารอรับผู้ตายกลับบ้านได้วิงวอนขอเจ้าหน้าที่นั่งเฝ้าศพคนรักไปจนวินาทีสุดท้าย พร้อมบอกกับคนรักว่า ไม่นึกไม่ฝันเลยจะเป็นวันสุดท้าย ที่มานั่งเฝ้ารอเธอกลับบ้าน เพราะความประมาทของคนขับ ที่ใช้ความเร็วจนทำให้ต้องพรากความรักไปจากชีวิตผู้อื่น ได้สร้างความเศร้าสลดใจแก่ผู้เห็นเหตุการณ์อย่างมาก

Advertisement

Loading...



error: